Date A Live พิชิตรัก พิทักษ์โลก

 Date A Live พิชิตรัก พิทักษ์โลก

เรื่องย่อ Date A Live พิชิตรัก พิทักษ์โลก

Date A Live พิชิตรัก พิทักษ์โลก  เมื่อ 30 ปีก่อนปรากฏการณ์เกิดการสั่นไหวในอากาศจนทำลายทุกสิ่งเป็นวงกว้างในอากาศ เรียกว่า Spacequake สร้างความสูญครั้งใหญ่แก่เหล่ามนุษย์ หลังจากนั้นก็เกิด Spacequake ขนาดย่อมขึ้นหลายจุดทั่วโลกจนกลายเป็นเรื่องปกติไป ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน Itsuka Shidou ที่ได้พบกับหญิงสาวที่ถูกเรียกว่า Spirit จากต่างมิติ เธอนั้นมีพลังมหาศาลพอจะทำลายทุกสิ่งได้ภายในพริบตา แล้วการปรากฏตัวของเธอจากต่างมิติ ยังเป็นต้นเหตุของการเกิดปรากฏการณ์ Spacequake ในพื้นที่นั้น วิธีที่จะยุติหายนะนอกจากจากกำจัดเธอโดยกลุ่มนักฆ่าสปิริต อย่างหน่วย AST (Anti-Spirit Team) ยังมีอีกหนทาง คือ เจรจากับพวกเธอ ทำให้อิตสุกะที่ตัดสินใจเข้าร่วมกับองค์กรที่ต้องการเจรจากับสปิริต Ratatoskr แต่สิ่งที่อิตสุกะต้องทำในสิ่งที่เขาไม่เคยทำมาก่อน คือ ต้องจีบ Spirit ตนนั้น ด้วยการออกเดทกับเธอ Date A Live พิชิตรัก พิทักษ์โลก ความคิดเห็น 

นิยายชื่อดังจากประเทศญี่ปุ่นที่ถูกสร้างเป็นทาง อนิเมะ ภาพยนตร์ เเละเกมส์ บอกตามตรงเลยนะครับ ตอนแรกที่เรื่องนี้วางแผงผมไม่คิดจะซื้อเรื่องนี้ด้วยซ้ำ ผมได้กลิ่นของแนวเรื่องที่ผมจะร้องยี้หึ่งเลยล่ะ แต่ด้วยผีเข้าหรืออย่างไรไม่ทราบ ผมดูอนิเมไปถึงตอนที่ 7 แล้วดันชอบซะงั้น แถมไม่ใช่ชอบธรรมดา ชอบมากเสียด้วย สุดท้ายผมก็เลยกัดฟันสอยไลท์โนเวลทั้งที่รู้ว่าผมคงจะไม่ชอบแหง…

และผมก็คิดไม่ผิดจริง ๆ ด้วย ถ้าอยากจะฟังผมบ่นอุ่บเกี่ยวกับเรื่องนี้อย่างไร ลองไปอ่านตอนที่ผมรีวิวเรื่อง “อัศวินมือใหม่ มังกรป้ายแดง” ก็ได้ครับ อ่านแล้วรู้สึกเหมือนกันเปี๊ยบเลยล่ะ  ทว่าบทความนี้ไม่คิดจะกรอเทปบ่นเรื่องเดิมซ้ำสองรอบหรอกครับ คราวนี้ผมจะลองพูดในเรื่องที่ดีขึ้นกว่าปรกติบ้างล่ะสิ่งหนึ่งที่ผมเรียนรู้จากการอ่านไลท์โนเวลมาหลายเล่มคือจงอย่าตัดสินคุณค่าของไลท์โนเวลที่เล่มแรก… อย่างน้อยก็จงอย่าตัดสินว่าเรื่องนี้ตัวละครแบนราบตั้งแต่เล่มแรก ไลท์โนเวลนั้นคล้ายกับการ์ตูนอย่างหนึ่งคือมันค่อนข้างใช้เวลาในการสร้างความลึกให้กับคาแร็คเตอร์และเนื้อเรื่อง แต่สิ่งที่ต่างจากการ์ตุนคือไลท์โนเวลส่วนใหญ่มักต้องสรุปเนื้อหาให้จบภายในเล่ม อย่างน้อยเล่มแรกควรจะมีเนื้อหาที่จบในเล่มได้ ถ้าสังเกตดี ๆ จะพบว่าเราไม่ค่อยเห็นไลท์โนเวลเล่มแรกที่ไม่จบในเล่มหรอกครับ ดังนั้นการที่ไลท์โนเวลต้องจบในเล่มเลยอาจทำให้เนื้อหาดูกลวง ตัวละครดูแบน แต่จริง ๆ แล้วเนื้อเรื่องที่เห็นว่าแบน ๆ ในตอนแรกอาจจะมีเนื้อหาหรือเหตุผลรองรับในเล่มต่อ ๆ ไปก็เป็นได้

และนั่นเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นกับหลาย ๆ เรื่องครับ อย่างเรื่อง อัศวินมือใหม่ มังกรป้ายแดง ที่ผมบ่นซะอย่างกับมันเป็นเรื่องที่ห่วยแตกที่สุดในสามภพ เชื่อไหมว่ามันตอนนี้มันเป็นเรื่องแรก ๆ ที่ผมจะหยิบมาอ่านหากไลท์โนเวลเล่มใหม่ออกมาเลยล่ะ ความรู้สึกว่ามันซ้ำซาก Cliche พล็อตสูตรสำเร็จมันก็ยังมีเหมือนเดิม แต่ผมกลับรู้สึกว่ามันสนุกกว่าตอนที่อ่านเล่มแรกมาก

ซึ่งผมก็หวังว่าเรื่อง Date A Live นี้จะทำให้ผมเซอร์ไพรซ์ได้อีกครั้ง อย่างน้อยหลังจากดูอนิเมจนถึงตอนล่าสุดแล้วก็คิดว่าแนวโน้มน่าจะไปได้สวยเลยทีเดียว Date A Live พิชิตรัก พิทักษ์โลก

เอาล่ะ เหมือนจะนอกเรื่องมามากพอแล้ว ลองมาพูดถึงตัวไลท์โนเวลเรื่องนี้กันดีกว่า

อย่างแรกที่สะดุดตามากคือภาพประกอบครับ อย่างหนึ่งที่ผมต้องชมเรื่องนี้คือคนออกแบบคาแร็คเตอร์ตัวละครออกแบบตัวละครได้ดึงดูดสายตามากครับ ตัวละครแต่ล่ะตัวมีเอกลักษณ์และการออกแบบค่อนข้างลงตัวเลยทีเดียว เหมือนคนวาดภาพประกอบมีเซนส์ในการวางบาลานซ์ตัวละครให้ไม่ดูเกร่อจนเกินไป เรียกได้ว่าออกแบบได้มีคลาสมาก เรื่องคาแร็คเตอร์ดีไซน์นับว่าสอบผ่านฉลุย

ในส่วนของเนื้อเรื่องนั้นหากอ่านเนื้อเรื่องย่อมาแล้วจะพบว่าเป็นเรื่องที่เอาใจกลุ่มคน (โดยเฉพาะท่านชาย) ใน Sub Culture ที่เกี่ยวข้องกับการ์ตูนและอนิเมของทางญี่ปุ่น ในเรื่องเต็มไปด้วยตัวละครหญิงมากมายหลายรูปแบบให้เลือกอวยแล้วแต่ความชอบ เนื้อหาก็เป็นการผสมผสานเอาเกมจีบสาวมาใช้ในการปักธง (จีบ) เหล่าเทพธิดาในเรื่อง หากจะให้บ่นก็เหมือนกับที่ผมบ่นไปในเรื่องอื่น ๆ แต่คราวนี้ผมจะบ่นอีกเรื่องคิดว่าค่อนข้างสำคัญที่ค่อนข้างเห็นได้บ่อยในเรื่องแนวนี้

ส่วนประกอบที่สำคัญอย่างหนึ่งของเรื่องแนวฮาเร็มคือการที่พระเอกกาก ๆ (หรือที่ฝรั่งเรียกกันว่า Potato-kun) จะต้องพิชิตใจตัวละครสาว ๆ (หรือหนุ่ม ๆ ในบางกรณี) ให้จงได้ เหตุการณ์ดังกล่าวมักเรียกการว่าการปักธง ซึ่งยืมมาจากคำศัพท์ในเกมจีบสาวที่ต้องเลือกตัวเลือกเพื่อนำไปสู่ฉากอีเว้นท์สำคัญ ๆ ซึ่งจุดเปลี่ยนเหล่านั้นเรียกว่า Flag หรือธงนั่นเอง ซึ่งการปักธงเหล่าสาว ๆ ก็หมายความว่าเป็นเหตุการณ์จุดเปลี่ยนที่ทำให้เหล่าสาว ๆ มาหลงรักตัวพระเอกนั่นเอง

การปักธงนั้นมีหลายวิธีด้วยกัน แต่โดยส่วนใหญ่มักจะเหมือนกันตรงที่ตัวเอกต้องทุ่มตัวเองหรือเสียสละอย่างแรงกล้าให้กับตัวละครหญิงที่เป็นเป้าการปักธง ไม่ว่าจะเป็นการยอมเสี่ยงชีวิตก็ดี ยอมทำเรื่องหน้าอายให้ตัวเองเสียชื่อเสียงก็ดี หรือพูดประโยคกินใจสักอย่างที่ทำให้ตัวละครสาว ๆ ปลื้ม ซึ่งก็แล้วแต่ว่าเรื่องไหนจะเลือกวิธีการแบบไหนก็ว่ากันไป

 Date A Live พิชิตรัก พิทักษ์โลก โดยส่วนตัวแล้วบางเรื่องก็ทำออกมาได้ดี อ่านแล้วซาบซ่าน อ่านแล้วรู้สึกเข้าใจว่าทำไมตัวละครหญิงดังกล่าวถึงหลงพระเอกจนโงหัวไม่ขึ้น ทว่าก็มีหลายเรื่องเหมือนกันที่พึ่งพาแต่คำพูด (ที่คิดว่า) เท่แค่ไม่กี่ประโยคเพื่อปักธงตัวละคร ซึ่งเรื่อง Date A Live เองถึงแม้ว่าจะมีจุดพีคที่พระเอกยอมสละชีวิตเพื่อช่วยโทกะไว้ แต่ในจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ก็ยังเริ่มต้นด้วยประโยค (ที่คิดว่า) เท่อยู่ดี ซึ่งอ่านแล้วไม่ทำให้ผมรู้สึกอินอะไรไปกับมันไปสักเท่าไหร่

ส่วนที่สองคือการพึ่งพาเหตุการณ์ปักธงที่ใช้เวลาสั้นเกินไป หลายเรื่องมักเลือกใช้เหตุการณ์อย่างรุนแรงที่มีอิมแพ็คแรง ๆ ราวสายฟ้าฟาดเพียงไม่กี่เหตุการณ์ในการปักธง ซึ่งไม่ใช่ว่ามันไม่ดี แต่ว่ามันเป็นรูปแบบที่ค่อนข้างซ้ำซากมาก สิ่งที่ผมอยากเห็นคือห่วงโซ่ของเหตุการณ์ที่ค่อย ๆ พัฒนาความสัมพันธ์ของตัวละคร ตัวอย่างที่ผมค่อนข้างชอบมากคือความสัมพันธ์ระหว่างนางเอกกับพระเอกเรื่อง Inu X Boku SS ในเรื่องดังกล่าวพระเอกมักบอกนางเอกเสมอว่านางเอกเป็นคนที่เคยช่วยเหลือพระเอกในอดีต ทำให้พระเอกกลายมาเป็นซีเคร็ด เซอร์วิส ประจำตัวของนางเอก ตอนแรกผมก็คิดว่ามันคงเป็นการปักธงอะไรงี่เง่าตามเคย แต่พอดูตอนเฉลยถึงเบื้องหลังว่านางเอกไปช่วยพระเอกได้อย่างไร ผมก็ต้องลุกขึ้นมาปรบมือให้กับเรื่อง Inu x Boku SS เลยครับ นางเอกไม่ได้ปักธงพระเอกด้วยเหตุการณ์ที่มีอิมแพ็คสูงเพียงเหตุการณ์เดียว หากแต่เป็นการค่อย ๆ ปลดปล่อยพระเอกจากปมในใจผ่านการตอบจดหมายที่ใช้เวลานานมาก Date A Live พิชิตรัก พิทักษ์โลก สรุปใจความง่าย ๆ  คือเรื่องนี้ก็เป็นไลท์โนเวลอีกเรื่องที่เดินตามสูตรสำเร็จในแง่การนำเสนอตัวละครและโครงสร้างของเรื่อง โดยนำเอาธีมของเกมจีบสาวมาประยุกต์ใช้กับเรื่องอีกแนว ถามว่าทำได้ดีไหม อ่านเล่มแรกผมไม่ค่อยประทับใจเสียเท่าไหร่ การปักธงโทกะยังไม่ค่อยซาบซ่านถูกใจผมนัก แต่อยากจะรอจนถึงเล่มสามตอนคุรุมิออกโรงมากกว่าแล้วค่อยตัดสินใจอีกที

ส่งท้ายนี้ต้องบอกว่าแบบอนิเมะทำโทกะออกมาได้น่ารักกว่าแบบไลท์โนเวลมากเลยล่ะ